จากตารางด้านบนจะพบว่า จำนวน Host ในแต่ล่ะ Subnet Mask มีจำนวน Host เท่ากันคือ 64 จากรูปด้านบน LAN B
LAN C จะใช้ Subnet ที่ 1 และ 2 ตามลำดับ
ส่วน LAN A นั้นเราจะต้องทำการแบ่ง Subnet Mask อีกครั้ง เราจะเรียกการแบ่ง Subnet Mask ครั้งนี้ว่า VLSM (Variable Length Subnet Masks) โดยจะทำการใช้ Subnet ที่ 4 ซึ่ง LAN A มี 30 Host ส่วน Interface ขา WAN มี 3 กลุ่มๆ ล่ะ 4 IP ( รวม Network และ Broadcast Address 2 IP ) รวมแล้ว 12 IP เมื่อรวม LAN Aและ WAN 1,2,3 จะต้องใช้ IP ทั้งหมด 42 IP ซึ่ง Subnet Mask ที่ 4 สามารถรองรับได้ ซึ่งส่วน Subnet ที่ 3 เหลือไว้ เผื่อมีการขยาย LAN D ในอนาคต
เมื่อแบ่ง Subnet Mask ที่ 4 แล้ว จะได้ 2 Subnet Mask โดย Subnet Mask ที่ 1 32 IP จะใช้กับ LAN A ส่วน WAN ทั้ง 3 Interface จะ ใช้ Subnet Mask ที่ 2 ส่วนจำนวน Subnet Mask แนะนำว่า น่าจะเป็น จำนวน IP ทั้งหมดใน Subnet หาร 4 เพราะปกติ Interface WAN จะใช้แค่ 4 IP ดังนั้นจะได้จำนวน Subnet ที่ต้องการหาเท่ากับ 32/4=8 Subnet Mask
สรุป ในกรณีที่ผมยกตัวอย่างคุณจะต้องทำใช้โปรแกรมคำนาณ 3 ครั้ง คือ ครั้งแรก แบ่ง Subnet Mask ให้ LAN B และ LAN C ครั้งที่ 2 แบ่ง Subnet Mask ให้ LAN A และครั้งที่ 3 แบ่ง Subnet Mask ให้ WAN 1,2,3