
ตลอดปี 2552 ข่าวเด่นประเด็นร้อนในวงการสื่อสารโทรคมนาคมที่ฮอตติดอันดับต้น ๆ ต้องยกให้เรื่อง 3จี หรือ เทคโนโลยีเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3
ตั้งแต่ต้นปีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรอิสระ ลั่นกลอง 3จี กันเต็มที่ กระทั่งก้าวสู่ปี 2553 ความชัดเจนและเส้นทางของการเปิดให้บริการ 3จี แบบครอบคลุมทุกพื้นที่ของไทยบนคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ก็ยังไม่ชัดเจน
ประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุดของการเดินหน้า 3จี คือ คลื่นความถี่ ปัจจุบันคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) คุมบังเหียนใหญ่เกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่แทบทุกประเภท ระหว่างที่รอการจุติของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
ภารกิจหนึ่งในหลาย ๆ ภารกิจของ กทช. ช่วงปี 2552 คือ รับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เรื่อง การจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับการประกอบการกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และร่างสรุปข้อสนเทศ การจัดสรรคลื่นความถี่
การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าว เสมือนประกาศคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูล การจัดรับฟังเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 52 กทช. ถูกโจมตีอย่างหนัก มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
สุดท้ายต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะอีกครั้ง ในวันที่ 12 พ.ย. 52 และเคาะราคาเริ่มต้นในการประมูลคลื่นความถี่สำหรับให้บริการ 3จี
ใบอนุญาตสำหรับ 15 เมกะเฮิรตซ์ ราคาเริ่มต้นที่ 5,200 ล้านบาท
ส่วนใบอนุญาตสำหรับ 10 เมกะเฮิรตซ์ ราคาเริ่มต้นที่ 4,600 ล้านบาท
การรับฟังความคิดเห็นวันนั้นผ่านไปด้วยดี แต่ผลลัพธ์ที่ได้นิ่งสงัด เหตุวันที่ 23 พ.ย. 52 มีการคัดเลือก กทช.ใหม่ 4 คน เพื่อเข้ามาทำหน้าที่แทน กทช.ที่จับสลากออกและลาออก จากสมาชิกวุฒิสภา

ส่งผลให้เกิดสุญญากาศในการ เดินหน้า 3จี โดย กทช.ชุดเก่าที่เตรียม ลาตำแหน่งอย่างถาวรประกาศไม่พิจารณาเรื่อง 3จี แล้ว โยนให้ กทช.ชุดใหม่ที่จะเข้ามานั่งเก้าอี้สานต่อ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
ตลอดเดือนส่งท้ายปี 2552 อุณหภูมิความร้อนเรื่องใบอนุญาต 3จี ลดต่ำลง ขณะที่ความชัดเจนในการดำเนินธุรกิจของเอกชนผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เบนเข็มสู่การสานต่อเรื่อง 2จี
ปี53 ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือเล็ง 2จีเป็นหลัก
ปัจจัยจากความเปลี่ยนแปลงเรื่องการเปิดประมูลใบอนุญาต 3จี ของกทช.ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ทำให้ นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสได้ถอนแผนลงทุน 3จีออกจากแผนการดำเนินธุรกิจปี 2553 แล้ว โดยเน้นธุรกิจ 2จีเป็นหลัก แต่ถ้า กทช.สามารถเปิดประมูลใบอนุญาต 3จี ได้ก็สามารถนำเรื่องเข้าคณะกรรมการเพื่ออนุมัติแผนลงทุน 3จี ได้ทันที (งานสัมมนาหัวข้อ โอกาสทางธุรกิจในยุค 3จี 26 พ.ย. 52)
เช่นเดียวกับ นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ที่ระบุว่า ปี 2553 ดีแทคยังเน้นทำธุรกิจ 2จี เนื่องจากคาดว่าการเปิดประมูล 3จีน่าจะเกิดขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง หากรวมการติดตั้งโครงข่ายคงไม่สามารถเปิดบริการ 3 จีได้ทันปี 2553
ขณะที่ นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทรูยังมีการลงทุน อย่างต่อเนื่องในเรื่องของโครงสร้าง 2จี แต่ก็เตรียมพร้อมสำหรับเรื่อง 3จี (งานเปิดตัวเว็บ ไซต์ทรูปลูกปัญญา 8 ธ.ค. 52) ทีโอที ประเดิม 3จี กทม.
ระหว่างที่เอกชนใจหายใจคว่ำ ลุ้นเรื่อง 3จี มาตลอดทั้งปี แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้สิทธิครอบครองคลื่นความถี่ 2100 เมกะ เฮิรตซ์
ต่างจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่เดินหน้าเปิดตัว ทีโอที 3จี ส่งท้ายปี จากการนำคลื่นความถี่ 1900เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเคยให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายใต้ชื่อ ไทยโมบาย มาอัพเกรดเทคโนโลยีเดินหน้า 3จี บนคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ ที่บังเอิญเป็นช่วงคลื่นความถี่ที่ไทยโมบายคร่อมอยู่พอดี (2155-2170 เมกะเฮิรตซ์) และเป็นคลื่นความถี่ที่ กทช.จะออกใบอนุญาตให้ใช้ประกอบกิจการ 3จี ทั่วประเทศ
ปัจจุบัน 3จี ของทีโอที ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี สามารถตรวจสอบพื้นที่การใช้งานได้ที่ www.tot3g.net
แม้ 3จี ทีโอทีจะปูพรมใช้งานในใจกลางเมืองเป็นหลัก เหมือนเจาะพื้นที่ส่วนกลางของประเทศ ก่อนขยายสู่ทุกพื้นที่ด้วยงบลงทุนอีก 2.9 หมื่นล้านบาท ที่ต้องรอผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาล
นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที ระบุว่า จุดประสงค์หลักในการทำ 3จี ของทีโอที คือ การมุ่งสู่การเป็นผู้วางโครงข่าย 3จี เพื่อให้เอกชนเช่าใช้โครงข่ายและนำไปให้บริการกับประชาชนอีกทอดหนึ่ง ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการ 3จี ทีโอที เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ซื้อซิมการ์ด 3จี แล้ว 8,000 เลขหมาย โดยพบว่ายังมีจุดบอดสัญญาณ 3จี อยู่บ้าง ขณะนี้กำลังขยายสัญญาณให้หนาแน่นขึ้น คาดจะเพิ่มอีก 20 กว่าสถานีฐาน จากสุวรรณภูมิ และเส้นทางแอร์พอร์ตลิงก์ โดยงบที่ใช้ในส่วนต่อขยายจะเป็นงบเดียวกับการวางโครงข่าย 3จีทั่วประเทศ 2.9 หมื่นล้านบาท จำนวน 5,250 สถานีฐาน
ต่างจังหวัดมี 3จี บนคลื่นความถี่เดิม
พูดถึง 3จี บนคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ไปแล้ว ความจริงประเทศไทยก็มี 3จี บนคลื่นความถี่เดิมที่เอกชนผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2จี อัพเกรดการใช้งานให้รองรับ 3จี
เริ่มจาก 51 จังหวัดเหนือ ใต้ อีสาน ตะวันออก ตะวันตก เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบซีดีเอ็มเอ ของ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่เปิดให้บริการอยู่มีความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลเทียบเท่าเทคโนโลยี 3จี เพียงแต่วิ่งบนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ เหมือนกับ 3จี แบบเอชเอสพีเอ ของ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ที่ให้บริการบนคลื่นความถี่เดิม
ต่างกว่าหน่อยตรงที่ ซีดีเอ็มเอ ของ กสท ให้บริการครอบคลุม 51 จังหวัดในภูมิภาค ด้วยระบบซีดีเอ็มเอ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีคนละตัวกับระบบจีเอสเอ็ม และยังไม่สามารถเจาะ 25 จังหวัดภาคกลาง รวมกรุงเทพฯ ปริมณฑลได้ ชื่อเสียงจึงยังไม่กระหึ่ม
นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสท เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ กสท ส่งราย ละเอียดการซื้อกิจการของบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย ซึ่งให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบซีดีเอ็มเอใน 25 จังหวัด ภายใต้ชื่อ ฮัทช์ ให้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อจัดส่งให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พิจารณาก่อนนำเรื่องเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา คาดประมาณกลางปี 2553 การควบรวมโครงข่ายระบบซีดีเอ็มเอใน 25 จังหวัดของฮัทช์ และระบบซีดีเอ็มเอใน 51 จังหวัดของ กสท จะแล้วเสร็จ ส่วนราคาที่ซื้อได้ข้อสรุปแล้วแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
สำหรับโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบซีดีเอ็มเอของฮัทช์ใน 25 จังหวัดมีอยู่ 1,100 สถานีฐาน ซึ่งตามข้อตกลงการซื้อขายฮัทช์ต้องอัพเกรดระบบให้เป็นซีดีเอ็มเอ อีวีดีโอ รองรับการใช้งาน 3จี ส่วนโครงข่ายของ กสท ซึ่งให้บริการภายใต้ชื่อ แคท ซีดีเอ็มเอ ใน 51 จังหวัด มีทั้งหมด 1,600 สถานีฐาน รองรับการใช้งาน 3จี หมดแล้ว แม้ปี 2553 ทิศทาง 3จี บนคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งจะให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศยังไม่ชัดเจน แต่อย่างน้อยผู้บริโภคไอทีก็สามารถเลือกใช้เทคโนโลยี 3จี ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่า...ฮัลโหล!.
เกร็ดความรู้เรื่อง 3จี
จุดเริ่มต้นของ 3จี เกิดจากเทคโนโลยี 2จี ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ไม่เพียงพอต่อรูปแบบเนื้อหาที่ใช้งานบนโทรศัพท์มือถือซึ่งมีขนาดใหญ่ เช่น การดูหนัง ฟังเพลง และรับข้อมูลข่าวสารแบบมัลติมีเดีย นายพิสิษฐ์ วงศ์ตระกูลชัย ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ไร้สาย บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว
ในปี ค.ศ. 2010 หรือ พ.ศ. 2553 เทคโน โลยี 3จี ที่ถูกพัฒนาให้มีความเร็วในการรับ-ส่งข้อ มูลสูงถึง 150 เมกะบิต/วินาที ชื่อ แอลทีอี หรือ ลอง เทอร์ม อีโวลูชั่น (Long Term Evolution : LTE) กำหนดจะเปิดใช้งานในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกที่เริ่มอิ่มตัวกับความเร็วของ 3จี ขั้นต้น รวมทั้ง สิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น และจีน
และวงการโทรคมนาคมของหลาย ๆ ประเทศ ขณะนี้ก็กำลังพัฒนาเทคโนโลยี แอลทีอี สู่ แอลทีอี แอดวานซ์ (LTE Advance) ที่ให้ความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลสูงถึง 500 เมกะบิต/วินาที หรือ เทคโนโลยี 4จี (4G)
สำหรับ 3จี ให้ความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและดาวน์โหลดข้อมูลที่สูงกว่า 2จี โดยความเร็ว 3จี ของเอชเอสพีเอ (HSPA) ให้ความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลสูงสุดที่ 21 เมกะบิต/วินาที ถ้าเป็นเอชเอสพีเอ+ (HSPA+) จะให้ความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลถึง 28 เมกะบิต/วินาที.
น้ำเพชร จันทา namphetc@dailynews.co.th
|